พาราไดม์ (PARADIGM)
พาราไดม์ที่ 1 การแยกการบริหารกับการเมืองออกจากกันเป็นสองส่วน (the politics / administration dichotomy ค.ศ1900-1926) เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิชาบริหารรัฐกิจ เป็นแนวความคิดแยกการบริหารกับการเมืองออกจากกันเป็นสองส่วน เป็นแนวคิดของนักรัฐศาสตร์
Wilson เป็นต้นกำเนิดแนวคิด “การแยกการบริหารกับการเมืองออกจากกันเป็นสองส่วน”
Goodnow กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่แตกต่างกัน 2 ประการ
การเมือง เป็นเรื่องของการกำหนดนโยบาย การแสดงออกซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐ
การบริหาร นำนโยบายต่าง ๆ เหล่านั้นไปปฏิบัติ
Leonard D. White ชี้ให้เห็นว่า การเมืองไม่ควรจะเข้ามาแทรกแซงการบริหาร
การศึกษาเรื่องการบริหารรัฐกิจควรจะเป็นการศึกษาในแบบวิทยาศาสตร์ ศึกษาจาก “ความจริง” ปลอดจาก “ค่านิยม” ส่วนการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการกำหนดนโยบายสาธารณะและปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของนักรัฐศาสตร์ การบริหารรัฐกิจถือเป็นสาขาหนึ่งของวิชารัฐศาสตร์
พาราไดม์ที่ 2 : หลักการบริหาร มองว่าการบริหารรัฐกิจ (the principle of administration ค.ศ 1927-1937) เป็นเรื่องของหลักต่าง ๆ ของการบริหารที่มีลักษณะเป็นวิทยาศาสตร์ หน้าที่ของการบริหารคือ ประหยัด และ ประสิทธิภาพ แนวความคิดนี้มุ่งศึกษาก็คือ “ความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ของการบริหาร”
Gulick ได้เสนอหลักการบริหาร POSDCORB
Taylor แสงหาวิธีการทำงานที่ดีที่สุด one best way ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและมีปริมาณสูงสุด โดยใช้ปัจจัยการผลิตน้อยที่สุด (เน้นเงิน เน้นงาน)
ต่อมาพาราไดม์นี้ได้รับการโจมตีจากนักวิชาการสมัยต่อมาว่า การเมืองไม่สามารถแยกออกจากกันได้ และหลักการบริหารไม่สอดคล้องตามหลักของเหตุผล ไม่สามารถใช้ได้ในทางปฏิบัติ เป็นแค่ภาษิตการบริหารเท่านั้น
พาราไดม์ที่ 3 : การบริหารรัฐกิจคือรัฐศาสตร์ การบริหารเป็นส่วนหนึ่งของการเมือง (public administration as political science ค.ศ.1950-1970) เกิดขึ้นจากการโต้แย้งพาราไดม์ที่ 1 กับ 2
การบริหารไม่สามารถแยกออกจากการเมืองได้การบริหารต้องศึกษาไปพร้อมกับการเมือง หลักต่าง ๆ ของการบริหารมีข้อขัดแย้งกันเสมอ จึงไม่ใช่หลักการ ช่วงพาราไดม์ที่ 3 พยายามเชื่อมโยงความคิดระหว่างวิชาการบริหารรัฐกิจกับรัฐศาสตร์ขึ้นใหม่ แต่ผลที่เกิดกลับกลายเป็นทำให้ความเป็นสาขาวิชาห่างไกลกันออกไป มีการละเลยการบริหาร ทำให้บทความทางการบริหารน้อยลง ให้ส่งผลนักวิชาการรัฐกิจบางกลุ่มไม่พอใจ/น้อยใจในสถานภาพแบบนั้น รู้สึกเป็นพลเมืองชั้นสองในคณะรัฐศาสตร์ ทำให้เกิดพาราไดม์ที่ 4
Elton Mayo -- Human Relation (พฤติกรรมกลุ่ม)
Maslow -- ลำดับขั้นความต้องการ
McGregor -- ทฤษฎี X Y
Herberg -- ทฤษฎีสองปัจจัย
พาราไดม์ที่ 4 : การบริหารรัฐกิจคือวิทยาการบริหาร (public administration administrative science ค.ศ. 1956-1970) เป็นการศึกษา 2 ส่วน คือ
- ทฤษฎีองค์การ ศึกษาเกี่ยวกับองค์การ, คน เพื่อที่จะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมองค์การได้ดีขึ้น
- วิทยาการจัดการ ศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคเชิงปริมาณ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ มาใช้ในการบริหารให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และเพื่อที่จะใช้วัดประสิทธิผลของการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง
จุดอ่อนของพาราไดม์ที่ 4 นักวิชาการมองว่าไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของการบริหารรัฐกิจ เพราะเป็นการบริหารทั่วไปที่ใช้ได้ทั้งการบริหารรัฐกิจและธุรกิจ ในความเป็นจริงการบริหารรัฐกิจจะมีธรรมชาติที่แตกต่างอย่างสำคัญจากธุรกิจ เพราะฉะนั้นเกณฑ์การประเมินจะแตกต่างกัน เนื่องจากการบริหารรัฐกิจมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของประชาชน เป็นการเมืองสูง มีกฎระเบียบมาก เปลี่ยนแปลงไปตามนโยบาย ในขณะที่ธุรกิจมุ่งเน้นกำไร
Herbert Simon เสนอแนวคิดของการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลภายใต้กรอบจำกัด (Bounded Rationality)
Barnard การบังคับบัญชาเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่อำนาจหน้าที่ที่แท้จริง ขึ้นอยู่กับการยินยอมของผู้รับคำสั่งจะยอมรับคำสั่งนั้น ๆ
พาราไดม์ที่ 5 : การบริหารรัฐกิจคือการบริหารรัฐกิจ (public administration as public administration ค.ศ. 1970) นำเอาความรู้ในวิชาการต่าง ๆ มาปรับใช้ร่วมกัน ในการบริหารงานของรัฐ เรียกว่า สหวิทยาการ มาใช้แก้ปัญหาของสังคม ความสัมพันธ์ทางการบริหารระหว่างรัฐกับเอกชน เป็นเขตแดนร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีและสังคม สนใจมากขึ้นในเรื่องของนโยบาย เศรษฐศาสตร์การเมือง กระบวนการกำหนดและวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ การวัดผลของนโยบาย
อ้างอิงข้อมูลจาก
http://51011312196-sakson.blogspot.com/2011/01/blog-post_6129.html
บล็อกเรื่อง บริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) หัวข้อ ทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM) มีสาระประโยน์ ดีมากค่ะ...อ่านแล้วชอบใจ ขอบคุณมากนะค่ะ
ตอบลบทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM) เนื้อหาน่าสนใจค่ะ(มัญชุพร)
ตอบลบ
ตอบลบบริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) เรารัก มมร.สธ.วัดโกเมศฯครับ (อรรถกฤต ทางไธสง)
ตอบลบบริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) เรารัก มมร.สธ.วัดโกเมศฯครับ (อรรถกฤต ทางไธสง)
ทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM)ดีครับ(ประสิทธิ์ พูลเจริญ)
ตอบลบบล็อกเรื่อง บริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) หัวข้อ ทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM) มีสาระประโยน์ ดีมาก
ตอบลบบล็อกเรื่อง บริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) หัวข้อ ทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM อ่านแล้วเข้าใจง่ายดีค่ะ
ตอบลบบล็อกเรื่อง บริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) หัวข้อ ทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM นำไปใช้ประกอบการศึกษาเพิ่มเติมได้
ตอบลบทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM)(มัญชุพร)
ตอบลบทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM) อ่านแล้วเข้าใจ (มัญชุพร)
ตอบลบทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM)ดีครับ(ประสิทธิ์ พูลเจริญ)
ตอบลบทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM)ดีค่ะ(มัญชุพร)
ตอบลบบล็อกเรื่อง บริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) หัวข้อ ทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM นำไปใช้ประกอบการศึกษาเหมาะสำหรับผู้ต้องการศึกษาเพิ่มเติม
ตอบลบบล็อกเรื่อง บริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) หัวข้อ ทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM นำไปประกอบการเรียนได้
ตอบลบบล็อกเรื่อง บริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) หัวข้อ ทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM นำไปประกอบการเรียนได้
ตอบลบบล็อกเรื่อง บริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) หัวข้อ ทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM ดีมากคะ
ตอบลบทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM)ดีครับ(ประสิทธิ์ พูลเจริญ)
ตอบลบทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM)ดีครับ(ประสิทธิ์ พูลเจริญ)
ตอบลบบล็อกเรื่อง บริหารรัฐกิจ PUBLIC ADMINISTRATION (โดย กลุ่มนางสาวสุพิน หะนุ) หัวข้อ ทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM เนื้อหาน่าสนใจ
ตอบลบทฤษฎีแห่งการบริหารรัฐกิจ - พาราไดม์ (PARADIGM)ดีครับ(ประสิทธิ์ พูลเจริญ)
ตอบลบรัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ในพาราไดม์ไหน
ตอบลบ